การจัดซื้ออะไหล่และบริหารงานซ่อมบำรุงเชิงกลยุทธ์

Strategic Spare Parts Procurement and Maintenance Management

วิทยากร อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล และ/หรือ อ.ปัลลพ สัจจรักษ์
วัตถุประสงค์
บทนำ
     การจัดซื้ออะไหล่และงานซ่อมบำรุงเป็นหัวใจของการรักษา Operational Continuity ในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน และสาธารณูปโภค ความผิดพลาดในการบริหารจัดการ เช่น สต็อกขาดในยามวิกฤต (Stock-out) หรือการสต็อกเกินจำเป็นจนเงินจม (Excess Stock) สามารถส่งผลกระทบถึงการสูญเสียกำลังการผลิตหลายล้านบาทต่อชั่วโมง การมีกลยุทธ์การจัดซื้ออะไหล่ที่สมดุลระหว่าง Availability และ Cost จึงเป็นทักษะสำคัญของฝ่ายจัดซื้อในยุคที่ต้นทุนทุกบาทมีความหมาย
     หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการบริหารอะไหล่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจำแนกอะไหล่ด้วย ABC Analysis (มูลค่า), XYZ Analysis (ความสม่ำเสมอ), FSN Analysis (Fast/Slow/Non-moving) การออกแบบ Min-Max และ EOQ (Economic Order Quantity) การบริหาร Critical Spare Parts ที่หาได้ยากและมีมูลค่าสูง ไปจนถึงการเลือกระหว่าง In-house Maintenance, Outsourcing และ Service Contract ที่เหมาะสมกับองค์กร
     ผ่านกรณีศึกษาจริงจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า การไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ พร้อม Workshop ที่ใช้ข้อมูลจริง จะทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบกลยุทธ์การบริหารอะไหล่ที่นำไปใช้ปฏิบัติได้ทันทีและสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้

วัตถุประสงค์
•	Spare Parts Classification: เพื่อให้สามารถจำแนกอะไหล่ด้วย ABC, XYZ, FSN ในรูปแบบ 3D Cube ได้อย่างเป็นระบบ
•	Inventory Optimization: เพื่อให้สามารถออกแบบ Min-Max, EOQ, Reorder Point, Safety Stock ที่สมดุลระหว่าง Availability และ Cost
•	Critical Spare Strategy: เพื่อให้สามารถบริหาร Critical Spare Parts ที่หาได้ยากและมีมูลค่าสูง ผ่าน Long Lead Item, Insurance Spare
•	Maintenance Strategy: เพื่อให้เข้าใจการเลือกระหว่าง In-house Maintenance, Outsourcing, Service Contract และการประเมินความคุ้มค่า

กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ดูแลคลังอะไหล่ Maintenance Manager ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน สาธารณูปโภค Reliability Engineer และผู้ที่ต้องบริหารต้นทุนซ่อมบำรุงให้คุ้มค่าสูงสุด
หัวข้ออบรม
Module 1: Spare Parts Classification & Multi-Dimensional Analysis
•	Why Classification Matters: ความสำคัญของการจำแนกอะไหล่เพื่อกำหนดกลยุทธ์การบริหารที่แตกต่าง
•	ABC Analysis (Value-Based): การจัดกลุ่มอะไหล่ตามมูลค่าการใช้งาน — A (80% มูลค่า), B (15%), C (5%)
•	XYZ Analysis (Variability): การจัดกลุ่มอะไหล่ตามความสม่ำเสมอของการใช้งาน — X (Stable), Y (Variable), Z (Erratic)
•	FSN Analysis (Movement): การจำแนก Fast/Slow/Non-moving items และการจัดการ Slow Mover และ Dead Stock
•	Combined ABC-XYZ-FSN: การใช้ Cube 3 มิติเพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่แม่นยำ — Critical High-Value, Routine Low-Value
 
 Module 2: Inventory Optimization & EOQ
•	EOQ Model: การคำนวณ Economic Order Quantity เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง Ordering Cost และ Holding Cost
•	EOQ Limitations: ข้อจำกัดของ EOQ ในงานจริง — Quantity Discount, Capacity Constraint, Lead Time Variability
•	Min-Max System: การออกแบบจุด Reorder Point และระดับสต็อกสูงสุด พร้อม Visual Management
•	Safety Stock Calculation: การคำนวณ Safety Stock โดยพิจารณา Demand Variability และ Lead Time Variability
•	Service Level Target: การกำหนด Service Level Target (90%, 95%, 99%) ตามความสำคัญของอะไหล่
•	ABC-Based Stock Policy: การกำหนด Stock Policy ที่แตกต่างตาม ABC — A: Tight Control, C: Loose Control
 
 Module 3: Critical Spare & Long Lead Item Management
•	Critical Spare Identification: หลักการระบุอะไหล่ที่หากขาดจะกระทบ Operation อย่างรุนแรง — Bottleneck Equipment
•	Long Lead Item Management: การบริหารอะไหล่ที่มี Lead Time นาน 6-12 เดือน — Forecast, Pre-order, Safety Stock เข้ม
•	Insurance Spare: แนวคิดการสำรองอะไหล่ที่แทบไม่เคยใช้แต่ขาดไม่ได้ เช่น Generator Spare, Transformer Coil
•	Vendor-Managed Inventory: การให้ Supplier บริหารสต็อกใน Site ลด Capital Tie-up
•	Consignment Stock: การวางอะไหล่ของ Supplier ใน Site โดยจ่ายเงินเมื่อใช้งาน
•	OEM vs Aftermarket: การวิเคราะห์ความคุ้มค่าระหว่างอะไหล่แท้ (OEM) กับ Aftermarket Equivalent

 Module 4: Maintenance Strategy & Service Contract
•	Maintenance Philosophy: แนวคิดการซ่อมบำรุง — Reactive, Preventive, Predictive, Reliability-Centered Maintenance (RCM)
•	In-house vs Outsource: การวิเคราะห์ Make or Buy สำหรับงานซ่อมบำรุง พร้อม TCO Comparison
•	Service Contract Types: รูปแบบสัญญาบริการ — Time & Material, Performance-Based, Total Productive Maintenance (TPM)
•	SLA Design: การออกแบบ Service Level Agreement — Response Time, Repair Time, Uptime Guarantee
•	Penalty & Bonus Structure: การจัดโครงสร้าง Penalty เมื่อ Vendor ไม่ทำตาม SLA และ Bonus เมื่อทำได้ดี
•	Maintenance Cost Tracking: การติดตามและวิเคราะห์ต้นทุนซ่อมบำรุง — Direct, Indirect, Lost Production

กิจกรรม Workshop ในหลักสูตร
     หลักสูตรนี้ออกแบบให้มี Workshop เชิงปฏิบัติการ 4 กิจกรรมตลอดวัน ครอบคลุม Spare Parts Segmentation, Inventory Parameter Design, Critical Spare List และ Service Contract Design เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกใช้เครื่องมือและแนวคิดกับสถานการณ์จริงขององค์กร และสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีหลังจบหลักสูตร
ค่าอบรม ออนไลน์ 3,300 + Vat 7%,
ออนไซต์ 4,300 + Vat 7%
หมายเหตุ เฉพาะนิติบุคคลสามารถหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ได้ ราคานี้รวมเอกสาร อาหารว่างและอาหารกลางวันตลอดหลักสูตร ใบเสร็จค่าลงทะเบียน สามารถนำไปบันทึกหักค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ 200 %
ข้อมูลบริษัท บริษัท วันสเต็ป เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
88/133 ซอยอ่อนนุช 21/1 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
One Step Training Center Co.,Ltd.
88/133 Soi Onnut 21/1, Onnut, Suanluang, Bangkok 10250
สำนักงานใหญ่
เลขประจำผู้เสียภาษีอากร 0105559107220
โทร. 062 951 2245
โทร. 092 464 9598
  • 0

    ศ. 22 พ.ค. 2569

    09.00 น. - 16.00 น.

    โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 / ZOOM Online

  • รุ่นที่ 1

    อ. 18 ส.ค. 2569

    09.00 น. - 16.00 น.

    โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 / ZOOM Online

  • รุ่นที่ 2

    ส. 12 ก.ย. 2569

    09.00 น. - 16.00 น.

    โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 / ZOOM Online

  • รุ่นที่ 3

    ศ. 30 ต.ค. 2569

    09.00 น. - 16.00 น.

    โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 / ZOOM Online

  • รุ่นที่ 4

    ส. 26 ธ.ค. 2569

    09.00 น. - 16.00 น.

    โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 / ZOOM Online