วัตถุประส่งค์
บทนำ โลกในยุค VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity) ทำให้ห่วงโซ่อุปทานต้องเผชิญกับวิกฤตที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ตั้งแต่โรคระบาด COVID-19 สงคราม Russia-Ukraine การหยุดชะงักของช่องทางขนส่ง (Suez Canal Blockage) ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบอย่างฉับพลัน องค์กรที่อยู่รอดและเติบโตในยุคนี้คือองค์กรที่มีความ "ยืดหยุ่น" (Resilient) สามารถปรับตัวและฟื้นตัวจากวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ของนักจัดซื้อในการสร้าง Resilient Supply Chain ตั้งแต่การวิเคราะห์ Supply Chain Vulnerability การจัดทำ Risk Heat Map การวางกลยุทธ์ Multi-Sourcing และ Buffer Strategy การประเมิน Tier 2-N Supplier Risk ไปจนถึงการจัดทำ Business Continuity Plan ที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์และการ Stress Test ระบบ ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาวิกฤตจริงในระดับโลก พร้อม Crisis Simulation Workshop ที่จำลองสถานการณ์ฉุกเฉินให้ผู้เรียนต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต วัตถุประสงค์ • Resilience Framework: เพื่อให้เข้าใจหลักการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ — 4R Framework (Robustness, Redundancy, Resourcefulness, Rapidity) • Vulnerability Mapping: เพื่อให้สามารถวิเคราะห์จุดอ่อนของ Supply Chain ตลอด Tier 1-N และจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข • Crisis Decision-Making: เพื่อให้สามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็วและถูกต้องในสถานการณ์วิกฤตเมื่อข้อมูลมีจำกัด — OODA Loop, RACI Matrix • Business Continuity Plan: เพื่อให้สามารถจัดทำ BCP ที่ใช้ได้จริง ทดสอบความพร้อมของแผน และ Update ตามสถานการณ์ กลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อ Supply Chain Manager Risk Manager ทีม BCP และผู้ที่ต้องรับผิดชอบความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในยามวิกฤต รวมถึงผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจระดับ Strategy ในสถานการณ์ฉุกเฉิน รูปแบบการอบรม จัดอบรมในรูปแบบ Onsite (ในห้องอบรม) เท่านั้น — ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ผ่านการบรรยาย กรณีศึกษา และ Workshop เชิงปฏิบัติการร่วมกันภายในห้องอบรมตลอดทั้งวัน ไม่มีการจัดอบรมในรูปแบบ Online ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ (Key Benefits) • วิเคราะห์ความเสี่ยงของ Supply Chain ได้อย่างเป็นระบบ • วางกลยุทธ์จัดซื้อเพื่อรับมือวิกฤต • สามารถจัดทำ Business Continuity Plan (BCP) ได้ • มีหลักการและแนวทางตัดสินใจในภาวะวิกฤตอย่างมั่นใจ
หัวข้ออบรม
Module 1: VUCA World & Resilience Foundation • VUCA Landscape: ภูมิทัศน์ของห่วงโซ่อุปทานในยุคแห่งความไม่แน่นอน — Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity • Crisis Case Studies: กรณีศึกษาวิกฤตในประวัติศาสตร์ — COVID-19 Lockdown, Suez Canal Blockage 2021, Russia-Ukraine War 2022, Semiconductor Shortage • Resilience vs Robustness: ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่ง (Robustness) และความยืดหยุ่น (Resilience) และการเลือกใช้ • 4R Framework: หลักการ 4R — Robustness (ทน), Redundancy (สำรอง), Resourcefulness (ปรับตัว), Rapidity (ฟื้นตัวเร็ว) • Cost vs Resilience Trade-off: การหาสมดุลระหว่างต้นทุนต่ำสุด (Lean) และความยืดหยุ่น (Buffer) Module 2: Supply Chain Vulnerability Mapping • Supply Chain Mapping: การวิเคราะห์โครงสร้าง Supply Chain ตั้งแต่ Tier 1 Direct Supplier ลึกถึง Tier 2-N Sub-Supplier • Single Point of Failure: การระบุจุดเสี่ยงที่ Supplier เพียงรายเดียวจะทำให้สายการผลิตหยุด • Geographic Concentration: การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในภูมิภาคเดียว (เช่น Taiwan Semiconductor, China Manufacturing) • Critical Component Identification: การจำแนกชิ้นส่วน/วัตถุดิบที่ Critical ต่อ Operation และต้องบริหารอย่างเข้มข้น • Risk Heat Map: การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงตามมิติ Likelihood และ Impact พร้อม Color-Coded Priority Module 3: Resilience Strategies — Multi-Sourcing & Buffer • Multi-Sourcing Strategy: การกระจายแหล่งจัดหาเพื่อลดความเสี่ยง — Dual Source (50/50), Lead-Lag (70/30), Backup • Geographic Diversification: การกระจายแหล่งจัดหาในเชิงภูมิศาสตร์ — China+1, Reshoring, Nearshoring, Friendshoring • Buffer Strategy: การวางสต็อก Safety Stock, Strategic Reserve และ Vendor-Managed Inventory อย่างเหมาะสม • Long-Term Agreement: การทำสัญญาระยะยาวเพื่อ Lock Supply ในยามขาดแคลน — Take or Pay, Volume Commitment • Vertical Integration: การพิจารณา Make or Buy เพื่อควบคุม Critical Component ที่ Supplier ภายนอกไม่น่าเชื่อถือ Module 4: Crisis Response & Business Continuity Plan • Crisis Decision Framework: กรอบการตัดสินใจในยามวิกฤต — OODA Loop (Observe, Orient, Decide, Act) และ RACI Matrix • Crisis War Room: การจัดตั้ง War Room และโครงสร้างการสั่งการในยามวิกฤต พร้อม Daily Stand-up • Business Continuity Plan: การจัดทำ BCP สำหรับฝ่ายจัดซื้อ — Threat Identification, Impact Analysis, Response Plan, Recovery Plan • BCP Testing & Drill: การทดสอบความพร้อมของ BCP ผ่าน Tabletop Exercise และ Full-Scale Drill • Communication in Crisis: เทคนิคการสื่อสารกับผู้บริหาร คู่ค้า และทีมงานในยามวิกฤต — Single Source of Truth, Daily Update กิจกรรม Workshop ในหลักสูตร หลักสูตรนี้ออกแบบให้มี Workshop เชิงปฏิบัติการ 4 กิจกรรมตลอดวัน ครอบคลุม Resilience Self-Assessment, Vulnerability Mapping, Sourcing Diversification Plan และ Crisis Simulation เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกใช้เครื่องมือและแนวคิดกับสถานการณ์จริงขององค์กร และสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีหลังจบหลักสูตร
88/133 ซอยอ่อนนุช 21/1 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
One Step Training Center Co.,Ltd.
88/133 Soi Onnut 21/1, Onnut, Suanluang, Bangkok 10250
สำนักงานใหญ่
เลขประจำผู้เสียภาษีอากร 0105559107220
โทร. 062 951 2245
โทร. 092 464 9598
การบริหารจัดซื้อเชิงยืดหยุ่นและการรับมือวิกฤต
Resilient Procurement and Crisis Management
| วิทยากร | อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล |
| วัตถุประสงค์ |
บทนำ
โลกในยุค VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity) ทำให้ห่วงโซ่อุปทานต้องเผชิญกับวิกฤตที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ตั้งแต่โรคระบาด COVID-19 สงคราม Russia-Ukraine การหยุดชะงักของช่องทางขนส่ง (Suez Canal Blockage) ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบอย่างฉับพลัน องค์กรที่อยู่รอดและเติบโตในยุคนี้คือองค์กรที่มีความ "ยืดหยุ่น" (Resilient) สามารถปรับตัวและฟื้นตัวจากวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว
หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ของนักจัดซื้อในการสร้าง Resilient Supply Chain ตั้งแต่การวิเคราะห์ Supply Chain Vulnerability การจัดทำ Risk Heat Map การวางกลยุทธ์ Multi-Sourcing และ Buffer Strategy การประเมิน Tier 2-N Supplier Risk ไปจนถึงการจัดทำ Business Continuity Plan ที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์และการ Stress Test ระบบ
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาวิกฤตจริงในระดับโลก พร้อม Crisis Simulation Workshop ที่จำลองสถานการณ์ฉุกเฉินให้ผู้เรียนต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต
วัตถุประสงค์
• Resilience Framework: เพื่อให้เข้าใจหลักการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ — 4R Framework (Robustness, Redundancy, Resourcefulness, Rapidity)
• Vulnerability Mapping: เพื่อให้สามารถวิเคราะห์จุดอ่อนของ Supply Chain ตลอด Tier 1-N และจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข
• Crisis Decision-Making: เพื่อให้สามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็วและถูกต้องในสถานการณ์วิกฤตเมื่อข้อมูลมีจำกัด — OODA Loop, RACI Matrix
• Business Continuity Plan: เพื่อให้สามารถจัดทำ BCP ที่ใช้ได้จริง ทดสอบความพร้อมของแผน และ Update ตามสถานการณ์
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อ Supply Chain Manager Risk Manager ทีม BCP และผู้ที่ต้องรับผิดชอบความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในยามวิกฤต รวมถึงผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจระดับ Strategy ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
รูปแบบการอบรม
จัดอบรมในรูปแบบ Onsite (ในห้องอบรม) เท่านั้น — ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ผ่านการบรรยาย กรณีศึกษา และ Workshop เชิงปฏิบัติการร่วมกันภายในห้องอบรมตลอดทั้งวัน ไม่มีการจัดอบรมในรูปแบบ Online
ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ (Key Benefits)
• วิเคราะห์ความเสี่ยงของ Supply Chain ได้อย่างเป็นระบบ
• วางกลยุทธ์จัดซื้อเพื่อรับมือวิกฤต
• สามารถจัดทำ Business Continuity Plan (BCP) ได้
• มีหลักการและแนวทางตัดสินใจในภาวะวิกฤตอย่างมั่นใจ
|
| หัวข้ออบรม |
Module 1: VUCA World & Resilience Foundation • VUCA Landscape: ภูมิทัศน์ของห่วงโซ่อุปทานในยุคแห่งความไม่แน่นอน — Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity • Crisis Case Studies: กรณีศึกษาวิกฤตในประวัติศาสตร์ — COVID-19 Lockdown, Suez Canal Blockage 2021, Russia-Ukraine War 2022, Semiconductor Shortage • Resilience vs Robustness: ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่ง (Robustness) และความยืดหยุ่น (Resilience) และการเลือกใช้ • 4R Framework: หลักการ 4R — Robustness (ทน), Redundancy (สำรอง), Resourcefulness (ปรับตัว), Rapidity (ฟื้นตัวเร็ว) • Cost vs Resilience Trade-off: การหาสมดุลระหว่างต้นทุนต่ำสุด (Lean) และความยืดหยุ่น (Buffer) Module 2: Supply Chain Vulnerability Mapping • Supply Chain Mapping: การวิเคราะห์โครงสร้าง Supply Chain ตั้งแต่ Tier 1 Direct Supplier ลึกถึง Tier 2-N Sub-Supplier • Single Point of Failure: การระบุจุดเสี่ยงที่ Supplier เพียงรายเดียวจะทำให้สายการผลิตหยุด • Geographic Concentration: การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในภูมิภาคเดียว (เช่น Taiwan Semiconductor, China Manufacturing) • Critical Component Identification: การจำแนกชิ้นส่วน/วัตถุดิบที่ Critical ต่อ Operation และต้องบริหารอย่างเข้มข้น • Risk Heat Map: การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงตามมิติ Likelihood และ Impact พร้อม Color-Coded Priority Module 3: Resilience Strategies — Multi-Sourcing & Buffer • Multi-Sourcing Strategy: การกระจายแหล่งจัดหาเพื่อลดความเสี่ยง — Dual Source (50/50), Lead-Lag (70/30), Backup • Geographic Diversification: การกระจายแหล่งจัดหาในเชิงภูมิศาสตร์ — China+1, Reshoring, Nearshoring, Friendshoring • Buffer Strategy: การวางสต็อก Safety Stock, Strategic Reserve และ Vendor-Managed Inventory อย่างเหมาะสม • Long-Term Agreement: การทำสัญญาระยะยาวเพื่อ Lock Supply ในยามขาดแคลน — Take or Pay, Volume Commitment • Vertical Integration: การพิจารณา Make or Buy เพื่อควบคุม Critical Component ที่ Supplier ภายนอกไม่น่าเชื่อถือ Module 4: Crisis Response & Business Continuity Plan • Crisis Decision Framework: กรอบการตัดสินใจในยามวิกฤต — OODA Loop (Observe, Orient, Decide, Act) และ RACI Matrix • Crisis War Room: การจัดตั้ง War Room และโครงสร้างการสั่งการในยามวิกฤต พร้อม Daily Stand-up • Business Continuity Plan: การจัดทำ BCP สำหรับฝ่ายจัดซื้อ — Threat Identification, Impact Analysis, Response Plan, Recovery Plan • BCP Testing & Drill: การทดสอบความพร้อมของ BCP ผ่าน Tabletop Exercise และ Full-Scale Drill • Communication in Crisis: เทคนิคการสื่อสารกับผู้บริหาร คู่ค้า และทีมงานในยามวิกฤต — Single Source of Truth, Daily Update กิจกรรม Workshop ในหลักสูตร หลักสูตรนี้ออกแบบให้มี Workshop เชิงปฏิบัติการ 4 กิจกรรมตลอดวัน ครอบคลุม Resilience Self-Assessment, Vulnerability Mapping, Sourcing Diversification Plan และ Crisis Simulation เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกใช้เครื่องมือและแนวคิดกับสถานการณ์จริงขององค์กร และสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีหลังจบหลักสูตร |
| ค่าอบรม | ออนไซต์ 4,300 + Vat 7% |
| หมายเหตุ | เฉพาะนิติบุคคลสามารถหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ได้ ราคานี้รวมเอกสาร อาหารว่างและอาหารกลางวันตลอดหลักสูตร ใบเสร็จค่าลงทะเบียน สามารถนำไปบันทึกหักค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ 200 % |
| ข้อมูลบริษัท |
บริษัท วันสเต็ป เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 88/133 ซอยอ่อนนุช 21/1 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 One Step Training Center Co.,Ltd. 88/133 Soi Onnut 21/1, Onnut, Suanluang, Bangkok 10250 สำนักงานใหญ่ เลขประจำผู้เสียภาษีอากร 0105559107220 โทร. 062 951 2245 โทร. 092 464 9598 |
-
รุ่นที่ 2
พ. 23 ก.ย. 2569
09.00 น. - 16.00 น.
โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ เอเทรียม ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
-
รุ่นที่ 3
พ. 25 พ.ย. 2569
09.00 น. - 16.00 น.
โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ เอเทรียม ถ.เพชรบุรีตัดใหม่